บ่นๆๆๆๆๆๆๆ(อีกแล้ว)

posted on 15 Sep 2010 13:35 by cheese-cake

 

วันนี้ลงรูป(เค้กอะ) แต่ขี้เกียจย่อรูป

พอดีเวลามีน้อย+คอมค้างงงงงง

เอาเป็นว่าลงแบบนี้ล่ะ

น่าเกลียดดี(!!?)

พอดีวันเสาร์มานำเสนองานที่มหาลัย

งานของเอนทรี่ที่แล้วน่ะแหละ

เป็นงานสุดเซ็ง

นำเสนอ 15 นาที

ตรีนมากกกก

นำเสนอไม่ทัน

คนที่เตรียมนำเสนอมาไม่ได้พูด

แมร่งโกรธกรู

กรูทำไรผิดฟระ

ขอโทษแล้วก็ยังโกรธ

...OKโกรธกลับบ้าง 555+

ใกล้สอบอีกละ

.

.

.

บาย

^น้องHadesของเรา

นำเสนอจบกรูเป็นหวัดเลย

(นอนตี 2 มา 2 วัน นั่งทำFlash)

edit @ 15 Sep 2010 13:47:24 by Cheese Cakez*

Hades

posted on 09 Sep 2010 16:52 by cheese-cake

ขอเอางานลงซักหน่อยน้อ..

Hades

พระชายา : Persephone

อาวุธ : หมวกล่องหน

                เทพแห่งใต้พิภพยมโลก และเป็นเทพดูแลอัญมณีใต้ดิน ชาวกรีกบูชาพระองค์ก่อนเสมอที่จะลงมือทำเหมืองแร่ เทพเฮดีสมีสิทธิ์ในทรัพย์สินทุกอย่างภายใต้พื้นพิภพ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ดีส (Dis) ซึ่งแปลตรงตัวว่า ทรัพย์สิน ยมโลกหรืออาณาจักรของฮาเดส เป็นดินแดนเร้นลับ ภายใต้พื้นพิภพที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ส่องไม่ถึงอาณาจักรแห่งนี้จึงมืดมิด และทนทางที่จะลงไปก็ลำบากเอาการเพราะต้องเดินทางไปถึงสุดขอบพิภพโดยข้ามมหาสมุทรไป(คนกรีกโบราณเชื่อว่าโลกแบน และรายล้อมด้วยมหาสมุทร)หรืออีกทางก็เป็นถ้ำแถวทะเลสาบที่มีความลึกมากๆ ถึงจะมีทางสามารถทะลุลงไปถึงนรกทีว่าได้ทางลงนี้จะนำไปถึงแม่น้ำแอคเคอรอน หรือ อะเซรอน ซึ่งเป็นแม่น้ำแห่งความวิปโยค หรือแม่น้ำแห่งความเจ็บปวด ที่กระแสน้ำในแม่น้ำสายนี้ลึกมากและเป็นสีดำมะเมื่อมแม่น้ำสายนี้จะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโคไซรัสหรือโคซีรุสซึ่งเป็นแม่น้ำแห่งความกำสรวล หรือแม่น้ำแห่งเสียงคร่ำครวญ เพราะน้ำในแม่น้ำนี้จะมีรสเค็ม เพราะเกิดจากน้ำตาของคนที่ตกนรก แล้วร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ตรงที่แม่น้ำสองสายนี้บรรจบกัน จะมีคนแจวเรือแก่ผู้หนึ่งชื่อ เครอน หรือ ชารอน คอยรับดวงวิญญาณส่งอีกฝั่งโดยต้องจ่ายค่าจ้างเที่ยวละ 1 โอโบล หากวิญญาณไม่มีค่าจ้าง จะต้องนั่งคอยจนถึง 100 ปี ชารอนจึงจะยอมพาข้ามฟาก จากความเชื่อนี้เอง จึงเกิดธรรมเนียมเอาเงินใส่ปากคนตายก่อนฝัง นอกจากแม่น้ำสองสายยังมีแม่น้ำอีก 3 สาย คือ

1. แม่น้ำสติกซ์ (Styx) แปลว่าแม่น้ำแห่งควาเกลียด เป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์

2. แม่น้ำลีธี หรือ เลเธ แปลว่าแม่น้ำแห่งความลืม เมื่อดวงวิญญาณคนตายได้ดิ่มน้ำแล้วจะลืมความหลัง

3. แม่น้ำเฟลจีธอน หรือ เฟลเกทธอน แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำไฟ มีเปลวไฟลุกไหม้โชติช่วงอยู่บนผิวน้ำ และอยู่ล้อมรอบนรกขุมลึกสุด คือ ทาร์ทะรัส

เฮดีส ได้ชื่อว่าเป็นเทพที่มีความเที่ยงธรรมอย่างมาก ตัดสินความดีชอบของคนตายโดยปราศจากอคติใด ๆ ทั้งสิ้น กล่าวกันว่า พระองค์มีหมวกวิเศษอยู่ใบหนึ่งที่สามารถทำให้ผู้สวมหายตัวได้ ซึ่งในครั้งที่ทำสงครามกับเหล่าไททันส์นั้น เฮดีสใช้หมวกนี้ลอบเข้าไปทำลายอาวุธของไททันส์ก่อนการต่อสู้ และพระองค์มีเทพผู้ช่วยในการตัดสินความดีชั่วในยมโลกอีก 3 องค์คือ ราดาแมนทีส, ไมนอส, ไออาคอส ที่เรียกว่า สามเทพสุภา และยังมีฮิปนอส เทพแห่งการหลับไหล และ ทานาทอส เทพแห่งความตายคอยช่วยอีก เฮดีส มีชายาองค์หนึ่งชื่อ เพอร์ซิโฟเน (Persephone) ซึ่งเป็นพระธิดาองค์เดียวของ ดีมิเทอร์ (Demeter) เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์และการเกษตร ทำให้เกิดเป็นกรณีพิพาทขึ้นระหว่างทวยเทพแห่งโอลิมปัส ซูสซึ่งเป็นองค์ประธานได้ตัดสินให้เฮดีสต้องคืนเพอร์ซิโฟเนแก่ดิมิเทอร์ เฮดีสก็ใช้อุบายลวงให้นางต้องมาหาตนปีละ 3 เดือนทุกปีไป ดังนั้นในปึหนึ่ง ๆ เฮดีสจึงต้องประทับอยู่อย่างเดียวดายนานอยู่ถึง 9 เดือน เดือน ยามที่ เพอร์ซิโฟเนขึ้นมาหาดีมีเตอร์ พืชและพื้นดินที่เคยอับเฉาก็กลับคืนสู่ความเขียวขจี ต้อนรับเทวีพรอสเซอร์ไพน์เทวีแห่งฤดูใบไม้ผลิและพอถึงเวลาที่เทวีพรอสเซอร์ไพน์จะต้องกลับลงไปในยมโลก พระมารดาก็จะเก็บตัวอยู่อย่างเงียบๆ ทำให้ใบไม้กลายเป็นสีเหลือง ร่วงหล่นลงจากต้น พื้นพสุธาที่เคยเขียวขจี เปลี่ยนเป็นอับเฉา นั่นย่อมหมายถึงฤดูแล้งและฤดูหนาวกำลังย่างกรายเข้า ชาวกรีกโบราณจะถวายการสักการะแด่เฮดีสด้วยแกะดำ และเป็นพิธีกรรมที่เร้นลับสืบมาที่ได้ค่อนข้างยาก แต่ก็สืบทอดกันมาว่า หากจะบูชาเทพแห่งความตายหรือเทพอันใดที่เป็นสัญลักษณ์ของความน่ากลัวหรือชั่วร้าย ต้องบูชายัญด้วยแพะหรือแกะดำ

 

สวัสดี....

นานๆจะมีอารมณ์+โอกาสอั๊พซักทีนึง

เนทก็ดันมาช้าซะอีก

เอาเป็นว่ารูปไม่ใส่ละกัน

เพราะถ้าใส่แล้วจะค้างทันที!!!

คือเมื่อวานเราไปทัศนศึกษากับภาควิชามา

ไปที่ช่องเขาขาด+อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์+สะพานข้ามแม่น้ำแคว+ร้านแก้ว!!!

รถออกตั้ง7.30น.แน่ะ

ตื่นเช้าซะ!!!

ขึ้นไปถึงก็หลับ.......................

อ่ะถึงละ!!!

ที่แรกเลยคือที่ช่องเขาขาด พิพิธภัณฑ์แห่งความทรงจำ

มีชาวต่างชาติมาดูเยอะมากอะ

 

เข้าไปเค้าก็ให้ไปดูเหมือนเป็นหนังสั้นๆอะ

เกี่ยวกับการสร้างทางรถไฟสายมรณะ

เริ่มจากการขุดเจาะจนถึงสร้างเสร็จ

มีคนตายไปเยอะมากๆ

โดยเฉพาะพวกเชลยศึก

ออสเตรเลีย อเมริกา จีน ....

ว่ากันว่าพวกเนี๊ยะเค้าต้องทำงานกันวันละ18ชั่วโมง

แต่ได้กินอาหารแค่2มื้อ เป็นข้าวกับผักดองเองอะ(น่าสงสาร)

ที่ต้องทำงานหนักเพราะว่าสร้างไม่ทัน ญี่ปุ่นมันเร่งงาน

หลายคนคงรู้แล้วล่ะ ว่าที่สร้างเพราะว่าจะเป็นทางเชื่อม

ไปสู่พม่า เพื่อที่พวกญี่ปุ่นจะได้เดินทางไปรบสะดวก

ที่ตายกันเพราะว่างานมันหนักเกิน

อาหารก็น้อย แล้วยังเป็นโรคต่างๆอีก

ว่ากันว่า ไม้หมอนหนึ่งอันคือชีวิตของเชลยศึก1ชีวิต

แต่มีเรื่องเกี่ยวกับน้ำใจคนไทยนะ

คือคนไทยพอเห็นพวกเชลยอดอยากก็เอาอาหารไปให้

แต่ก็ถูกห้ามทุกทางเลย

คนไทยก็พยายามมาก

ตัดต้นกล้วยที่มีลูกอะ แล้วลอยน้ำไปตามแม่น้ำจนถึงค่ายเชลยอะ

ฟังแล้วรู้สึกดีโครต

แล้วอาจารย์ก็ให้ไปเดินดูเส้นทางที่เป็นช่องเขาขาดจริงๆ

ดูตอนนี้แล้วสวยนะ

แต่ก็ยังมีที่เค้าเอาดอกไม้มาให้พวกเชลยเป็นที่ไว้อาลัยอยู่

ยังมีเศษซากของทางรถไฟอยู่บ้าง เพราะพวกอังกฤษมาระเบิดอะ

เค้าบอกว่าสมัยนั้น ถ้ามองจากด้านบนลงมาตอนกลางคืน

จะเห็นเป็นเหมือนช่องนรกอะ 

ก็เลยตั้งชื่อว่าHellFire Pass

พอเดินจบก็โครตเหนื่อยแล้ว

กลับขึ้นรถไปต่อ...หลับ...

ถึงอีกละ

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์

 

ที่นี่ก็ไม่มีไรมาก

ก่อนอื่นกินข้าวกลางวันก่อน

กระเพราไข่ดาว เผ็ดจริงจัง!

ที่นี่เป็นสถาปัตยกรรมขอม เหมือนปราสาทเขาพระวิหารอะ!!!

แต่มีรูปปั้นแปลกๆอยู่คือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

กับนางปรัชญาปารมิตตา

ที่แปลกเพราะ มันไม่ใช่ประติมากรรมขอมอะ

เค้าบอกว่าเป็นประติมากรรมเลียนแบบขอม

ของคนไทยนะ

เพื่อให้คนไทยกลับมานิยมไทยมั้ง

ที่นี่อะเป็นเมืองขอมที่อยู่ไกลจากประเทศกัมพูชามากที่สุด

ก็สวยดีนะ เก่าดี

ดูจบก็ไปต่อ

นั่งรถไปอีกนิดนึงก็ถึง

หลุมขุดค้นทางโบราณคดี

 

เค้าสันนิษฐานว่าเป็นมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์

เป็นโครงกระดูกมนุษย์ 2 คน

2000ปีมาแล้ว

เป็นโครงกระดูกเด็ก กับโครงกระดูผู้ใหญ่

ไม่มีไรมาก

ไปต่อ นั่งรถ ...หลับ...

ถึงสะพานข้ามแม่น้ำแคว

เคยมาแล้วอะเลยไม่รู้สึกตื่นเต้นอะไร

มาถึงตอนรถไฟมาพอดี

ก็ถ่ายรูปกัน

คนในรถไฟก็มองๆแบบมาดูสัตว์ในสวนสัตว์รึเปล่า???

แล้วก็ไม่มีไรอะ

ซื้ข้าวโพดปิ้งมากินแล้วก็กลับ

ไปต่อ

สถานที่ทัศนศึกษา??

ร้านแก้ว 

เป็นร้านขายของฝากอะ

น้ำมะขามอร่อยดีอะ

ว่างๆก็ไปกันนะ

หลังจากนั้นก็กลับบ้าน

---------------------------------

สนุกดีนะไปครั้งนี้

แต่ร้อนมากๆเลยอะ

ว่างๆก็ไปเที่ยวกันได้

ไม่รู้จะอั๊พไรต่อละ

จบ!

 

edit @ 15 Aug 2010 14:40:15 by Cheese Cakez*